นพ.สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้เป็นฤดูกาลการระบาดของโรคไข้เลือดออก  ประชาชนมีความเสี่ยงเป็นโรคไข้เลือดออก เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีน้ำแช่ขังตามภาชนะต่าง ๆ ส่งผลให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกเป็นอย่างดี ในปัจจุบันพบว่าสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออก จากสถิติระบาดวิทยาในประเทศไทย มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 27,548 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 43.37 ต่อแสนประชากร อัตราป่วยตาย 0.07 % เสียชีวิต 18 ราย จังหวัดอุบลราชธานีมีอัตราป่วยอยู่ในลำดับที่ 54 ของประเทศ ( ข้อมูลตั้งแต่ 1 มค. – 22 กค. 54 ) พบว่า มีผู้ป่วยไข้เลือดออกรวมทั้งจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 445 ราย อัตราป่วย 24.67 ต่อแสนประชากร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต พบมากที่สุกในกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 11-15 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.62 กลุ่มอายุ 6 – 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 25.17 และกลุ่มอายุ 16-20 ปี ร้อยละ 17.30 ตามลำดับ มีการกระจายของโรคไข้เลือดออกใน 24 อำเภอ โดยอำเภอที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 1 อำเภอ คือ อำเภอนาตาล ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ รับมือและปฏิบัติตามนโยบายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ปี 2554 อย่างเคร่งครัด โดยได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น อสม. และประชาชนร่วมดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไข้เลือดออกกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งในบ้านเรือนและชุมชนอย่างต่อเนื่องทุก 7 วัน ซึ่งเป็นมาตรการการป้องกันที่ได้ผลที่สุด หากพบผู้ป่วยทีมเคลื่อนที่เร็วของทุกอำเภอต้องออกไปควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายใน 24 ชั่วโมง โดยพ่นสารเคมีที่บ้านของผู้ป่วยทุกราย กำจัดยุงตัวที่มีเชื้อไข้เลือดออก โดยจะพ่นสารเคมีในรัศมี 100 เมตร รอบ ๆ บ้านผู้ป่วยและชุมชน เพื่อป้องกันยุงตัวที่มีเชื้อโรคไม่ให้ไปกัดคนอื่นและไม่ให้ไปวางไข่แพร่พันธุ์ต่อไป หากพบว่าคนในบ้านไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่มีไข้สูง กินยาพาราเซตามอล ทุก 4-6 ชั่วโมงและเช็ดตัวแล้วหากไข้ยังไม่ลดใน 2-3 วัน ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจป่วยเป็นไข้เลือดออก อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝนมีโรคหลายโรคที่อาจมีอาการใกล้เคียงกับไข้เลือดออก เช่น โรคฉี่หนู โรคมือเท้าปาก ไข้หวัดใหญ่ โรคดังกล่าวจะเริ่มจากมีไข้สูง ยาลดไข้ที่แนะนำให้ใช้ คือ พาราเซตามอล ให้กินเฉพาะเวลาที่มีไข้สูง ถ้าไข้ไม่ลงให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา และให้ดื่มน้ำเกลือแร่มาก ๆ ยาลดไข้ที่ห้ามใช้ ได้แก่ ยาแอสไพริน ยาที่มีฤทธิ์ลดไข้บรรเทาอาการปวดเมื่อย เช่น บรูเฟน ยาที่มีสเตียรอยด์เป็นส่วนประกอบ  เนื่องจากยาดังกล่าวระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร จะทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง หากเป็นไข้เลือดออกอาจทำให้เสียชีวิตได้.
 
รสสุคนธ์ มณฑา/ข่าว
ปุศยาการย์ ธนะพงศ์ชัยภัทร/ดูแลระบบ

Comment

Comment:

Tweet