นายแพทย์สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวในการประชุม WAR ROOM ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ฯสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในช่วงปลายฤดูฝนและช่วงต้น ฤดูหนาวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงแนวทางในการป้องกันโรค รวมทั้งค้นหาผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลดังนี้ คือ หญิงมีครรภ์ ซึ่งอายุครรภ์มากกว่า 3 เดือน บุคคลโรคอ้วน ซึ่งมีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมหรือผู้ที่มีค่า BMI ( Body Mass Index ) ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป ผู้พิการรุนแรงที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ บุคคลอายุตั้ง 6 เดือน – 64 ปี ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจทุกประเภท หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างได้รับเคมีบำบัด โรคธาลัสซีเมียที่มีอาการรุนแรง ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนและผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนเพื่อให้การรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ในปัจจุบันพบว่าสถานการณ์ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นข้อมูลจำนวนผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่สะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 ถึงปัจจุบัน มีจำนวน 76 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 4.21 ต่อแสนประชากร  อำเภอที่มีอัตราป่วยสูงสุด ได้แก่ อำเภอกุดข้าวปุ้น คิดเป็น 19.71  ต่อแสนประชากร และ อำเภอเมือง 16.61 ต่อแสนประชากร

          นายแพทย์สุรพร กล่าวต่อไปว่า การรักษาสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ในภาวะปกติ การใช้ “หน้ากากอนามัย” มีความสำคัญมากในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่ติดต่อได้ทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งคนที่ไม่สบายจะต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดไปยังผู้อื่น โดยการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น เกิดจากการที่ผู้ป่วยไอ จาม ซึ่งผู้รับเชื้อจะหายใจเอาฝอยละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เข้าไป เชื้อไวรัสนั้นจะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะ ผู้ติดเชื้อบางราย อาจได้รับเชื้อเบื้องต้นจาก “มือ” โดยการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ที่มีคนไปใช้บริการจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ สถาน บันเทิง และสถานที่แออัดต่าง ๆ แล้วใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา หรือหยิบอาหารเข้าปาก ดังนั้น จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้ที่รับผิดชอบในสถานที่ดังกล่าว เรื่องการดูแลความสะอาดอุปกรณ์และผิวสัมผัสสาธารณะต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อให้มากเป็นพิเศษ เช่น ลูกบิดประตู ปุ่มกดลิฟต์ ราวบันไดเลื่อน รถเข็นของในห้างสรรพสินค้า ก้านชักโครก ก๊อกน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ ไมโครโฟนร้องเพลง แป้นคีย์ บอร์ด เมาส์คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยต้องเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำผสมผงซักฟอก  และอาจติดตั้งแอลกอฮอล์เจลล้างมือไว้ตามประตูเข้า-ออก โซนร้านอาหาร เพื่อบริการล้างมือฆ่าเชื้อโรค เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี   หากต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่เสี่ยงควรจะใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ไปรับเชื้อจากผู้อื่น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรค เช่น โรงพยาบาล  โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เน้น “ กินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อเป็นหวัดและรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง”

Comment

Comment:

Tweet